กระทรวงสาธารณสุข (MoH) กรมสาธารณสุขจังหวัดและเทศบาล เขตปฏิบัติการ และสภาคุ้มครองสังคมแห่งชาติ มีบทบาทกำหนดระบบสาธารณสุขของกัมพูชา คลินิกและโรงพยาบาลเอกชนให้บริการควบคู่กับสถานพยาบาลของรัฐ และมักเป็นช่องทางคู่ขนานสำหรับการปรึกษา ตรวจวินิจฉัย รักษา และรับไว้ในโรงพยาบาล ความพร้อมแตกต่างกันระหว่างเขตเมืองและชนบท รวมถึงแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะบุคลากรเฉพาะทาง การเดินทาง ยา อุปกรณ์ และศักยภาพฉุกเฉิน กลุ่มสนับสนุนสุขภาพชุมชนหรือหมู่บ้านช่วยเชื่อมครัวเรือนกับสถานีอนามัย โดยทั่วไปผู้ป่วยเริ่มรับบริการที่ศูนย์สุขภาพ ซึ่งเรียกในท้องถิ่นว่า មណ្ឌលសុខភាព ศูนย์สุขภาพให้บริการปฐมภูมิที่จำเป็นระดับ MPA รวมถึงการป้องกัน วินิจฉัยเบื้องต้น รักษา บริการมารดาและเด็ก และการดูแลโรคเรื้อรังบางชนิด กรณีซับซ้อนอาจส่งต่อไปโรงพยาบาลส่งต่อระดับเขตปฏิบัติการ โดยทั่วไปอยู่ระดับ CPA1 หรือ CPA2 จากนั้นไปโรงพยาบาลส่งต่อประจำจังหวัดระดับ CPA2 หรือ CPA3 โรงพยาบาลแห่งชาติและสถานพยาบาลระดับ CPA+ ให้บริการเฉพาะทางที่ก้าวหน้ากว่า สถานพยาบาลรับส่งต่ออาจให้บริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ห้องปฏิบัติการและภาพวินิจฉัย การผ่าตัด การคลอด และการดูแลฉุกเฉิน แต่ความสามารถที่แน่นอนขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง กัมพูชาใช้มาตรฐานรับรองศูนย์สุขภาพ 102 ข้อ และมาตรฐานรับรองโรงพยาบาล 365 ข้อ การผ่านมาตรฐานไม่ได้ทำให้ทุกพื้นที่มีศักยภาพเท่ากัน หากเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้ไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมและใกล้ที่สุด อย่ารอการส่งต่อแบบปกติ กัมพูชากำลังพัฒนากฎเกี่ยวกับระบบด่านหน้า การส่งต่อสองทาง และบริการรถพยาบาล กำลังเสริมช่องทางส่งต่อกรณีไม่ฉุกเฉินผ่านการจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการของ NSSF และ HEF แต่หลักฐานไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อกำหนดระบบด่านหน้าที่เข้มงวดและเหมือนกันทั่วประเทศ เก็บประวัติเดิม รายชื่อยา และบัตรโครงการที่เกี่ยวข้องไว้เมื่อเปลี่ยนสถานพยาบาล บริการป้องกันประกอบด้วยการฉีดวัคซีน ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ฝากครรภ์และดูแลหลังคลอด ตรวจคัดกรอง และป้องกันหรือจัดการโรคไม่ติดต่อ บริการสำหรับความดันโลหิตสูง เบาหวาน และมะเร็งปากมดลูกกำลังขยายในศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลส่งต่อ ไข้เลือดออกเกิดขึ้นตลอดปี โรคไข้สมองอักเสบเจอีเป็นโรคประจำถิ่น และมาลาเรียยังเป็นความเสี่ยงหลักในชนบทและพื้นที่ป่า การแพร่เชื้อแทบไม่มีหรืออยู่ในระดับเล็กน้อยมากในพนมเปญ เสียมราฐ และบริเวณนครวัด การป้องกันยุง อาหารและน้ำที่ปลอดภัย การออกกำลังกาย และการลดการสัมผัสยาสูบกับแอลกอฮอล์ช่วยลดความเสี่ยงที่ป้องกันได้ หากมีไข้ระหว่างหรือหลังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมาลาเรีย ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว การซื้อยาปฏิชีวนะกินเองอาจทำให้วินิจฉัยถูกต้องล่าช้าและเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา บริการมารดาและเด็กยังเป็นเรื่องสำคัญ อัตราการคลอดโดยมีผู้ชำนาญดูแลอยู่ที่ 93.33% ในปี 2020 และมีสถานพยาบาล 42 แห่งให้บริการดูแลฉุกเฉินทางสูติกรรมและทารกแรกเกิดแบบครบวงจร รวมถึงการผ่าคลอด การสำรวจประชากรและสุขภาพกัมพูชาปี 2021–2022 บันทึกอัตราการเสียชีวิตของมารดา 154 รายต่อการเกิดมีชีพ 100,000 ราย การฝากครรภ์และดูแลหลังคลอด การฉีดวัคซีน การรักษาด้วยสารละลายเกลือแร่ และบริการเด็กยังได้รับผลจากความแตกต่างระหว่างจังหวัด ระบบสุขภาพได้รับเงินจากหลายรูปแบบ สถานพยาบาลรัฐอาจเก็บค่าบริการ ส่วนการรักษาเอกชนโดยทั่วไปจ่ายโดยตรงหรือผ่านประกัน ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเองคิดเป็นประมาณ 60% ของรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดในปี 2020 รวมค่ายา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นทางการ อัตราค่าบริการที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและโครงการที่ใช้ กองทุน HEF สนับสนุนค่ารักษาที่รัฐให้ทุนแก่ผู้มีสิทธิในกลุ่ม IDPoor 1 หรือ 2 และครัวเรือนเปราะบางหรือเสี่ยงอื่น ๆ ในปี 2023 มีรายงานผู้มีความเสี่ยงประมาณ 1,821,056 คนในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีช่องว่างด้านการลงทะเบียน ความรู้ และความครอบคลุมที่เกิดขึ้นจริง สมาชิก NSSF ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ในสถานพยาบาลรัฐหรือเอกชนที่ทำสัญญา สำหรับแรงงานในระบบ ข้าราชการ และกลุ่มอื่นที่มีสิทธิ ใช้บัตรสมาชิกเพื่อยืนยันสิทธิ โดยทั่วไปสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์กำหนดให้ส่งเงินสมทบอย่างน้อยหกเดือนในช่วงสิบสองเดือนก่อนหน้า ภายใต้กฎอาจมีสิทธิต่อเนื่องแบบจำกัดสองเดือนหลังส่งเงินสมทบติดต่อกันสองเดือน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สมาชิกสามารถไปสถานพยาบาลที่เหมาะสมใกล้ที่สุด และควรแจ้ง NSSF ภายใน 48 ชั่วโมง ชุดสิทธิประโยชน์อาจครอบคลุมผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การตรวจวินิจฉัย ยาตามใบสั่งแพทย์ การคลอด การรักษาฉุกเฉิน กายภาพบำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการส่งต่อ เงินช่วยเหลือรายวันอาจอยู่ที่ประมาณ 70% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ตามกฎที่ใช้ การประกันสุขภาพ NSSF โดยสมัครใจสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้อยู่ในอุปการะมีมาตั้งแต่ปี 2023 ณ December 2023 มีรายงานความคุ้มครองลูกจ้างประมาณ 1.5 ล้านคน และข้าราชการ ผู้เกษียณ และทหารผ่านศึก 400,800 คน โครงการสมัครใจครอบคลุมประมาณ 134,600 คนใน January 2024 การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตยังจำกัดและกระจุกอยู่ในสถานบริการเฉพาะทาง WHO รายงานว่ากัมพูชามีจิตแพทย์และพยาบาลจิตเวชเพียง 130 คนในปี 2022 Mental Health Atlas 2024 รายงานว่ามียาจิตเวชและการช่วยเหลือทางจิตสังคมในสถานบริการปฐมภูมิเพียงประมาณ 10% ถึง 50% และยังไม่มีการบูรณาการบริการสุขภาพจิตในระดับปฐมภูมิที่ใช้งานได้ กัมพูชาเข้าร่วม WHO Special Initiative for Mental Health ในปี 2025 และอยู่ระหว่างพัฒนาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ แต่บริการเฉพาะทางยังมีจำกัด ความต่อเนื่องหลังการรักษาขึ้นอยู่กับแผนจำหน่ายผู้ป่วย นัดติดตาม การเฝ้าระวังยา และการสื่อสารระหว่างสถานพยาบาล NSSF ครอบคลุมกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ ขณะที่บริการรัฐกำลังขยายการติดตามโรคเรื้อรัง ศูนย์สุขภาพและโรงพยาบาลส่งต่อยังมีศักยภาพไม่เพียงพอสำหรับโรคเรื้อรังบางชนิด สุขภาพจิต การฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และคนพิการ กำลังวางแผนหรือเสริมระบบส่งต่อสองทางและระบบดิจิทัลเพื่อความต่อเนื่อง ไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีมาตรฐานระดับประเทศแบบเดียวสำหรับการร้องเรียนและการดูแลหลังรักษา จึงควรตรวจสอบกับสถานพยาบาลและกฎโครงการที่เกี่ยวข้องโดยตรง นโยบาย MoH เน้นการดูแลที่เท่าเทียม มีคุณภาพ และไม่เลือกปฏิบัติต่อพลเมืองกัมพูชาและชาวต่างชาติ แต่การเข้าถึงและการจ่ายเงินยังขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล พื้นที่ และโครงการคุ้มครอง ดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพที่จำเป็นอยู่ที่ประมาณ 58% ในปี 2021 ขณะที่ดัชนีย่อยด้านศักยภาพและการเข้าถึงบริการอยู่ที่ 37% แผนงานทางการช่วง 2024–2035 รายงานความครอบคลุมการคุ้มครองสุขภาพทางสังคมมากกว่า 41% และ WHO รายงานเกือบ 50% ในปี 2023 แผนงานตั้งเป้าความครอบคลุมประชากร 80% ดัชนีบริการจำเป็นอย่างน้อย 80% และค่าใช้จ่ายที่จ่ายเองไม่เกิน 35% ภายในปี 2035 ระยะทางในชนบท การขาดแคลนบุคลากร การจัดหายา โครงการที่กระจัดกระจาย ค่าใช้จ่ายภาคเอกชน และช่องว่างด้านสุขภาพจิตยังเป็นข้อจำกัดสำคัญในทางปฏิบัติ
สุขภาพในกัมพูชา
บริการสุขภาพในกัมพูชาประกอบด้วยสถานพยาบาลของรัฐที่ประสานงานโดยกระทรวงสาธารณสุข (MoH) รวมถึงคลินิกและโรงพยาบาลเอกชน การรักษาทั่วไปมักเริ่มที่ศูนย์สุขภาพ แล้วส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัย การผ่าตัด การรักษาแบบผู้ป่วยใน หรือการดูแลเฉพาะทางขั้นสูง มีบริการฉีดวัคซีน ดูแลมารดาและเด็ก ตรวจคัดกรอง ป้องกันโรคติดต่อ และดูแลโรคเรื้อรัง แต่การเข้าถึง คุณภาพ บุคลากร และการจัดหายาแตกต่างกันตามจังหวัดและผู้ให้บริการ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและโครงการคุ้มครอง อาจมีค่าบริการของรัฐและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเอง ขณะที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคด้านสุขภาพ (HEF) และกองทุนประกันสังคมแห่งชาติ (NSSF) ครอบคลุมกลุ่มคนและบริการที่กำหนด
VivAVia can make mistakes. Check important information.

